ประวัติและประเภทของบอร์ด Arduino
เรื่องราวของ Arduino ไม่ได้เริ่มต้นในห้องแล็บวิศวกรรมที่ล้ำสมัย แต่เริ่มต้นจาก "ความต้องการแก้ปัญหา" ในห้องเรียนศิลปะและการออกแบบ ณ เมืองอิเวรีย (Ivrea) ประเทศอิตาลี เมื่อปี ค.ศ. 2005 ที่สถาบัน Interaction Design Institute Ivrea (IDII)
ไทม์ไลน์การพัฒนา
Hernando Barragán พัฒนาโครงการ Wiring ซึ่งเป็นต้นแบบของทั้งฮาร์ดแวร์และภาษาโปรแกรม
ทีมงานนำโดย Massimo Banzi สร้างบอร์ดที่ราคาถูกลงและใช้ง่ายขึ้น โดยตั้งชื่อตาม "Bar Di Re Arduino"
การเติบโตอย่างต่อเนื่องทำให้มีผู้ใช้งานทั่วโลก นำไปสู่การพัฒนาบอร์ดรูปแบบต่างๆ เพื่อตอบโจทย์การใช้งาน
ทำไม Arduino จึงได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย?
- ใช้งานง่าย (Easy to Use): มีซอฟต์แวร์ (IDE) ที่ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น
- ราคาไม่แพง (Inexpensive): บอร์ดมีราคาถูกเมื่อเทียบกับไมโครคอนโทรลเลอร์แพลตฟอร์มอื่น เข้าถึงได้ง่ายสำหรับนักเรียนนักศึกษา
- ยืดหยุ่นสูง (Cross-platform & Flexible): ทำงานได้ทั้งบน Windows, Mac, Linux และมีพอร์ตให้เชื่อมต่ออุปกรณ์เสริม (Sensor/Actuator) ได้หลากหลาย
- โอเพนซอร์ซ (Open-Source): เปิดเผยทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ ทำให้เกิดชุมชนขนาดใหญ่ที่พร้อมแบ่งปันความรู้และไลบรารี
ประเภทและความแตกต่างของบอร์ด Arduino
เนื่องจากลักษณะการใช้งานที่ต่างกัน Arduino จึงถูกพัฒนาออกมาหลายรุ่น ดังตัวอย่างที่สำคัญต่อไปนี้:
Arduino Uno R3
บอร์ดมาตรฐาน ขา I/O เพียงพอต่อการเริ่มต้น นิยมใช้ในการเรียนการสอนมากที่สุด
Arduino Nano
ขนาดเล็กกะทัดรัด ความสามารถเทียบเท่า Uno เหมาะกับโครงงานที่มีพื้นที่จำกัด
Arduino Mega 2560
มีหน่วยความจำและขา I/O (ขาสัญญาณ) จำนวนมาก เหมาะสำหรับโครงงานระบบใหญ่ที่ซับซ้อน
Arduino Leonardo
ใช้ชิปที่จำลองตัวเองเป็นเมาส์หรือคีย์บอร์ดเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ผ่าน USB ได้โดยตรง
ทำไมเราจึงเลือกใช้ Arduino Uno R3 ในรายวิชานี้?
เนื่องจากเป็น "บอร์ดมาตรฐาน" ที่สมดุลทั้งในเรื่องของราคา ขนาด และความง่ายในการเชื่อมต่อผ่านสายแพแบบเสียบ (Jumper) อีกทั้งยังมีฐานข้อมูล ข้อมูลป้อนกลับ และตัวอย่างการใช้งานบนอินเทอร์เน็ตมากที่สุด จึงเหมาะกับการใช้เป็นเครื่องมือวางรากฐานทางปัญญาในวิชานี้ที่สุด